เจลใส่ผม กับ แว็กซ์ใส่ผม และ Pomade ต่างกันอย่างไร

ทรงผมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะมันเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งเสริมบุคลิกภาพของเราได้ด้วย ไม่ว่าหญิง ชาย หรือ เพศทางเลือกไหนก็ตาม ทีนี้การแต่งผมจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยด้วย ปัจจุบันมีตัวช่วยมากมายเลยแต่ละอย่างมีจุดเด่น จุดด้อยแตกต่างกันไปเราต้องรู้จักแล้วเลือกใช้ให้ถูก เรามีคำแนะนำมาฝากกัน

เจลแต่งผม

อย่างแรกที่เรานึกถึงหากต้องการจะแต่งผมนั่นก็คือ เจลใส่ผม เจลของเหลวเข้มข้นสีใสผสมสีสวยงาม ข้อดีของเจลหาซื้อง่าย มีหลากหลายยี่ห้อ หลายราคาตามงบประมาณในกระเป๋า เวลาใช้งานเจลเราจะทำตอนที่เส้นผมเปียกชื้นนิดหนึ่ง (ข้อดีก็คือเราทำให้ผมหมาดจากการสระผม หรือ หัวเปียกเล็กน้อยจากการอาบน้ำได้เลย) จากนั้นใช้เจลละเลงลงบนฝ่ามือ แล้วนำไปจัดทรงผมตามต้องการ พอได้ทรงตามต้องการก็ใช้ไดร์เป่าผมทำให้ผมแห้งพร้อมกับเซตทรงผมไปในตัว เจลใส่ผมจะเหมาะมากกับผู้ชายผมสั้นที่ไม่ต้องการแต่งผมอะไรมาก ข้อเสียของเจลมันจะทำให้การเซตผมของเรากลายเป็นทรงผมแข็งๆ ดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าไร แต่หากเราไปอยู่ในที่ลมแรงบอกเลยว่า เจลจะไม่ทำให้ผมเสียทรงแน่นอน

แว็กซ์

ชิ้นต่อมาก็คือ แว็กซ์ใส่ผม ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะมีลักษณะเป็นเนื้อครีมแบบเข้มข้น ส่วนมากจะใส่เป็นตลับขนาดเล็ก ทำให้เราสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก (ทำให้เราสามารถแต่งผมระหว่างวันได้) เวลาใช้งานควรทำให้ผมแห้งสนิทก่อนจากนั้นก็ใช้เหมือนเจลได้เลย แต่เวลาใช้แนะนำนิดหนึ่งว่าอาจจะต้องควักออกมาทีละเยอะๆ จะดีกว่า จุดเด่นของแว็กซ์เราสามารถใช้งานได้ทั้งผมสั้น และผมยาว (ใครเป็นหนุ่มผมยาว แว็กซ์เป็นตัวเลือกที่ดีมาก) สองทรงผมที่แต่งจากแว็กซ์นั้นจะดูเป็นธรรมชาติไม่แข็งกระด้างมากเกินไป แต่ข้อเสียเป็นเรื่องของความเหนียวมือที่หลังจากแต่งทรงผมเสร็จอาจจะต้องล้างมือยากนิดหนึ่ง

Pomade (โพเมด)

โพเมด นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายคนหยิบมาใช้แต่งผม เล่าสักนิดหนึ่งว่า โพเมด เป็นผลิตภัณฑ์แต่งผมที่เอามาจากไขมันของหมี (ของเดิม) แต่รุ่นต่อมาใช้ไขมันจากขนแกะ ขี้ผึ้งและปิโตรเลียมเจลลี่มาทำ ผลที่ได้จะทำให้เนื้อครีมมีความเหนียว หนืดมาก ข้อดีของมันเลยก็คือ ทำให้การจัดแต่งทรงผมอยู่ทรงมากขึ้น เป็นธรรมชาติมากขึ้น ที่สำคัญมันทำให้เราสามารถตกแต่งทรงผมที่มีรายละเอียดเยอะได้ง่ายมาก บวกกับความเหนียวของมันทำให้ทรงผมอยู่ทรงเป็นเวลานานเรียกว่าแต่งครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวันแบบไม่ต้องแก้อะไรอีก พอเสร็จงานเราสามารถล้างออกได้ง่ายเลย บวกกับโพเมดจะทำให้เส้นผมของเราชุ่มชื้นกว่า ผมไม่เสีย ไม่แห้ง แตกปลาย จนทำให้เราปวดหัวไปอีก นั่นทำให้ชีวิตหนุ่มหล่ออย่างเราดีขึ้นมาก แต่ข้อดีเยอะขนาดนี้ก็ต้องแลกมาพร้อมกับราคาที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์แต่งผมแบบอื่น

ทั้งสามแบบเป็นผลิตภัณฑ์แต่งผมที่มีอยู่ในตอนนี้แล้วนิยมใช้กันแบบทั่วไป เราสามารถเลือกได้ตามความต้องการเพื่อให้การใช้งานตรงความต้องการ ไม่ต้องมาเสียเวลามาแก้ทรงผมใหม่ระหว่างวัน (ซึ่งมันจะทำให้ชีวิตเรายุ่งยากมากขึ้นอีกเยอะทีเดียว) แต่หากเราต้องการออกงานเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากนั้น เรายังมีโฟม เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ตัวนี้จะละลายเร็ว อยู่ทรงนานแต่การล้างออกไม่ง่ายเท่าไร บวกกับการพกพาค่อนข้างอันตรายถ้าเก็บไว้ในรถแล้วจอดตากแดดมีสิทธิ์ระเบิดได้เลย

Category:
Blog